วันอังคารที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2552

เมื่อต้องไปเรียนที่โรงเรียน

ท่านได้ทราบถึง ออทิสติก คนพิการ ที่ไม่ได้ใช้ภาษามือ ถือไม้เท้า นั่งรถเข็น แขน หรือ เท้า หายไป ไม่มีเครื่องช่วยพยุงกาย ฯลฯ สังเกตเห็นไม่ได้โดยตรง เพราะ สภาพที่พบเห็นทั่วไป เหมือน คนทั่วไปทุกอย่าง นอกจากจะได้ วิสาสะด้วยจึงพอจะทราบได้ว่า ไม่เหมือนคนทั่วไป รับทราบว่า คนเรานั้นขีดจำกัดของ ความรัก ความห่วงใย ที่มีให้กับทายาท ยืนยาวไปจนถึงวินาทีท้ายสุดของชีวิต ไม่เหมือนสัตว์โลกอื่น ๆ ที่รักลูกเช่นกัน แต่เมื่อลูกโตแล้วก็ปล่อยออกไปหากินเองอย่างโดดเดี่ยว , การเรียนร้องให้ทำการเรียนรู้ และทำ “Sickle cell test” ให้มารดาที่ ตั้งครรภ์ก่อนได้ ทายาท ออทิสติก, จิตสำนึก สงสาร ที่เห็นขอทาน แม่ลูกอ่อน หรือ พิการ การเปรียบเทียบ การให้ทานแก่สงฆ์ ถูกและดี แต่คนขาด้วนรอรับทาน ต้องให้ตำรวจท่องเที่ยวเชิญตัวขึ้นรถไป , อนาคตของเด็กข้างถนนที่อดไปโรงเรียน

ตอนนี้คงชวนให้สร้างจินตนาการต่อ หลังจากที่ได้ทายาทออทิสติกมาแล้ว ทำอย่างไรต่อคงเป็นไปไม่ได้ที่จะเอาไปทิ้งขยะ หรือ โทษว่าต้องเป็นความผิดของใคร หากคิดแบบพุทธ นั่น คือ กรรมเก่าที่ต้องรับและห้ามเบี้ยว หรือเป็นงานพิเศษที่พระเจ้าให้มาทำให้ดี หรือ อย่างไรก็แล้วแต่จะจินตนาการเอาเอง แต่คงไม่หนีความจริงของธรรมชาติ ที่ต้องให้ความรัก ความสงสาร เลี้ยงดูจนกว่าจะหมดชีวิตของ พ่อ และ แม่

งานของ พ่อ และ แม่ ออทิสติก คงไม่เกินกว่า ฝึกฝน อบรม สั่งสอนให้ทำเป็น ทำถูก ให้มีชีวิตอยู่รอดในอนาคต เมื่อหมด พ่อ และแม่ที่จะรออยู่ให้บริการลูกงานหนักของพ่อและแม่ออทิสติก เพราะออทิสติก พยายามเข้าใจ แต่เข้าใจผิด คนรอบข้างออทิสติกต้องเมตตา ใจเย็นยิ่งกว่าน้ำแข็ง อดทน ซ้ำซาก และอุบายเพื่อสร้างความเข้าใจ ไม่มีสิทธิ์ ท้อแท้ หรือ หมดความหวัง

จินตนาการถึงวัยเด็กของตนเองที่สามารถเข้าใจสิ่งต่างๆ ได้อย่างไร แล้วลองอย่างนั้น ซ้ำซาก หาอุบายเสริมเพื่อทำให้เข้าใจ และทำได้ทุกครั้ง ไม่ใช่บางครั้งเท่านั้นที่ได้ หรือได้เพราะฟลุ๊ก สร้างจินตนาการด้วยนิทาน (ต้องไม่มีความรุนแรง) , ใช้สิ่งที่เด็กสนใจมาเป็นเครื่องมือเพื่อสอดแทรกการเรียนรู้ให้กับเด็ก , ความจำเป็นที่ต้องใช้ความซ้ำซาก คงไม่มีอะไรดีไปกว่า การท่องสูตรคูณ ที่หยิบผลมาใช้ได้ทันทีที่ต้องการ หรือ การฝึกนักบินพาณิชย์ที่ต้องทำตามขั้นตอนที่ได้รับการฝึกหัดมา ห้ามตัดสินใจเองเพราะนั้นหมายถึง เครื่องบินตกและตายหมู่

ออทิสติก อาจเป็นอัจฉริยะในบางด้าน ต้องพยายามหาให้พบ และใช้ให้เป็น เครื่องหาเลี้ยงชีพ ในอนาคตเมื่อเติบใหญ่ แต่หากยังหาไม่พบ ก็คงไม่มีอะไรดีไปกว่า ความซ้ำซาก เหมือนท่องจำ เพื่อให้อ่านออก เขียนได้ คิดเลขถูก รู้เหตุผล ดี-เลว กำไร-ขาดทุน บาป-บุญ รู้จักทิศทาง น้ำหนัก ปริมาตร เวลา มาก-น้อย

ทำไมต้องความซ้ำซาก ก็ลองดูละครเวที แบบไม่ติดต่อกัน มันไม่รู้เรื่องเลย ความเดิมของคราวที่แล้วเป็นอย่างไร แต่ที่แน่ๆ คือ อยากติดตามตอนต่อไป เพราะอยากทราบว่าเรื่องราวมันจะเป็นอย่างไร เป็นอย่างนี้ทุกครั้ง หรือที่ว่านี่ไม่จริง โตแล้วเลิกดูเถอะละครน้ำเน่า ออทิสติกไม่ใช่อัจฉริยะที่ไม่ต้องเรียน ประถมหนึ่งก่อนไปเรียนชั้นมัธยม ครูที่โรงเรียน หรือ นักสารพัดบำบัด ก็ไม่ใช่ผู้วิเศษที่สามารถแก้ปัญหาให้ พ่อ และแม่ ได้ทุกอย่าง ด้วยค่าตอบแทนที่เป็นตัวเงิน หมายความว่า จ่ายทรัพย์แล้วทุกอย่างจะเป็นไปได้ตามใจนึกในออทิสติก นารีมีรูปเป็นทรัพย์ นั่นโบราณว่าไว้ ลองคิดต่ออีกนิด ผู้หญิงสวย เป็นที่หมายปองของสารพัดชาย นั่นหมายถึง โอกาสถูกฉุดต่างหาก ทีนี้ถ้าจะพูดใหม่ว่านารีมีรูปเป็นภัย ก็น่าจะมีส่วนถูกบ้าง นี่ชวนให้พ่อ และแม่ ที่มีลูกสาวออทิสติก หาทางป้องกันก่อนภัยมาเยือน เพราะนั้นหมายถึง ทายาทในกรณีรักสนุก หรือ โรคร้ายหรือ อื่นๆ

กลับมาที่ ออทิสติก ในวัยเรียน หากโชคดีโรงเรียนยอมรับเข้าเรียน ท่านต้องใช้โอกาสทองตรงนี้ เพราะท่านต้องทำงานหากิน โรงเรียนดูแลลูกแทนท่านในขณะที่ท่านหากิน จะได้ผลมากน้อยแค่ไหนก็ดีกว่าการปล่อยไว้ที่บ้าน ที่เต็มไปด้วยภัยจากข้าวของเครื่องใช้ไฟฟ้า ฯลฯ เพราะได้สังคมโรงเรียน หรือ ไปเตร่ข้างถนนเสี่ยงให้ รถชน หรือ เฉี่ยว หรือวัยรุ่นชักชวนไปในทางที่ไม่ดีงาม ล้วนเสียเปล่าทั้งนั้น มีเพื่อนนักเรียนได้เป็นหู เป็นตาแทนครู ได้แบบอย่างของเด็กปรกติ วิชาการจะได้มาก หรือน้อยเพียงใดนั่น ท่านเองต้องเป็นส่วนที่ต้องช่วยเสริม หรือ จากครูพิเศษ ทั้งหมดนี้ ล้วนเพื่อสร้างความเข้าใจทั้งนั้น ต้องไปเรียนทุกวันที่มีการเรียน ที่ว่าอย่างนี้ก็คงไม่ต่างไปจากการดูละครทีวี ที่ขาดช่วงแล้วไม่รู้เรื่อง ต้องดูอย่างต่อเนื่อง ออทิสติก ไม่ใช่อัจฉริยะทางการเรียนรู้ ไม่ได้ฉลาดอย่างท่าน นี่ถึงว่าต้องซ้ำซาก จำเจ ให้เป็นประโยชน์ให้เป็นไปตามธรรมชาติของสิ่งมีชีวิต ดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด เด็กข้างถนนต่างหากที่ไม่มีโอกาสเรียน นั่น! น่าสงสารเพราะสติปัญญามีแต่หมดโอกาสฝึกฝนลับปัญญาให้แหลมคม

ที่โชคร้ายห่างไกลความเจริญ ไกลจากโรงเรียน นี่เป็นเหตุผลที่ให้ได้ แต่ไม่ได้หมายความว่า ไม่ต้องรับผิดชอบ พ่อ และแม่ นอกเหนือจากสังคมรอบข้าง ต่างหากที่ต้องดิ้นรนหาวิธีให้ความรู้ออทิสติก โลกใบใหญ่ ไทยโชคดี เป็นมหาอำนาจทางกสิกรรมเกษตร ปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ได้ตลอดปี ภัยแล้ง หรือ น้ำท่วมแทบหาไม่พบ การใช้ชีวิตประจำวันแบบชนบทตั้งแต่เล็ก ต้องซึมซับในออทิสติกไม่มากก็น้อย นั่นหมายถึง ไม่อดตาย หากไม่ฟุ้งเฟ้อ ปัญหา 1 ใน ปัจจัย 4 ในการดำรงชีวิตหมดไปแน่นอน

ปัญหาออทิสติกยังไม่จบ งานที่พ่อและแม่ต้องแน่ใจหาเหตุมาอ้างไม่ได้ทุกกรณี ใส่ถุงแล้วไปทิ้งลงถังขยะไม่ได้ เงินมีอะไรที่อยากได้ก็ใช้เงินซื้อได้ แต่ออทิสติกมีเงินแล้วจ้างให้ใครมาเอามันออกไปนั้นเป็นเรื่องเหลือเชื่อ ดังนั้น จึงต้องคิดหาวิธีทำให้ดีขึ้น ด้วยตัวท่านเองเพื่อ ลูกออทิสติก


ที่มา punlarb.decharin@laposte.net

วันอาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

จะรู้ได้อย่างไรว่า เด็กเป็นออทิสติก

เด็กจะมีความผิดปกติของพัฒนาการตั้งแต่เริ่มแรก โดยแบ่งได้พอสังเขป ดังนี้
- อายุ 1 ขวบ จะหยุดการพูด การฟัง การสบตา ไม่ตอบสนองต่อเสียงเรียก
- อายุ 2-3 ขวบ จะมีปัญหาด้านการพูด การสื่อความหมาย อาจจะส่งเสียงได้โดยไม่เข้าใจความหมายของคำพูด อาจฟังภาษามนุษย์ไม่เข้าใจ
- อายุ 4-5 ขวบ เด็กจะแยกตัว และมีท่าทางแปลกมากขึ้น ไม่สามารถเล่นกับเด็กวัยเดียวกันได้ เมื่อถูกทำร้ายจะไม่รู้จักหนี ไม่รู้จักป้องกันตัว
เด็กออทิสติกอาจจะมีความผิดปกติร่วมกับอาการอื่น เช่น ปัญญาอ่อน ซึ่งจะพบได้มาก
นอกจากนี้ ยังมีความผิดปกติของพัฒนาการอีก 3 ประการ ซึ่งแพทย์ใช้เป็นข้อสังเกตระดับพัฒนาการของเด็กออทิสติก คือ
1. ไม่สนใจสังคมรอบข้าง
- ไม่โต้ตอบ ไม่สบตากับผู้อื่น ไม่แสดงออกทางอารมณ์ สีหน้า ท่าทาง
- ไม่มีเพื่อน ไม่สามารถผูกสัมพันธ์ไมตรีกับเพื่อนรอบข้างได้
- ไม่สนใจใคร ไม่ร่วมกิจกรรมกับเพื่อนรอบตัว ไม่ร่วมทำประโยชน์กับผู้อื่น
- ไม่แสดงออกทางอารมณ์อย่างเหมาะสมในสังคมกับผู้อื่น
2. ไม่สามารถสื่อความหมายได้
- มีความล่าช้าในภาษาพูด ในการแสดงกริยาอาการโต้ตอบกับผู้อื่น
- เด็กที่พูดได้แล้ว แต่ไม่สามารถสนทนาโต้ตอบได้อย่างเหมาะสม
- มักจะพูดซ้ำๆ ในสิ่งที่ตนต้องการจะพูดและตนเองสนใจ ไม่สนใจคนฟังเลย
- ไม่สามารถพูดเล่น หรือเลียนแบบถ้อยคำที่พบในสังคมอย่างเหมาะสมกับวัย
3. มีพฤติกรรม ความสนใจและการกระทำซ้ำๆ
- มีพฤติกรรมซ้ำๆ อย่างเดียว มีความสนใจสิ่งใดสิ่งหนึ่งโดยเฉพาะสิ่งผิดปกติเด่นชัด
- มีการเคลื่อนไหว ทำกิจวัตรประจำวันซ้ำๆ เป็นประจำทุกขั้นตอน มีอิริยาบถซ้ำๆ
- มีการเคลื่อนไหวอวัยวะซ้ำๆ เช่น กระดิกนิ้วมือไปมา การโบกมือ หนุนมือทำซ้ำๆ
- มีความสนใจของเล่นหรือวัตถุเพียงส่วนหนึ่ง และด้านหนึ่งโดยเฉพาะ
เด็ก ออทิสติกจึงมีความผิดปกติล่าช้า คือ ก่อนอายุ 3 ปี ไม่สามารถเล่นของเล่นที่สร้างจากจินตนาการ ไม่สามารถสื่อภาษาที่ใช้ในสังคม ไม่สามารถสร้างความสัมพันธ์ และโต้ตอบกับคนรอบข้างได้